สิ่งที่สำคัญที่สุดในการลดความอ้วนก็คือความตั้งใจจริงและการวางแผนล่วงหน้าหลายๆครั้งพบว่า ผู้ที่สามารถลดน้ำหนักและรักษาน้ำหนักไว้ได้หลังจากเข้าสู่สมดุลใหม่เป็นบุคคลที่มักมีความตั้งใจสูงและมีการวางแผนการลดน้ำหนักไว้ชัดเจน นอกจากนั้นยังต้องมีความรู้ความเข้าใจ อีกประการหนึ่งก็คือ ถ้าลดลงมาได้แล้วท่านจะเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างไรหรือไม่ เพื่อให้ท่านสามารถรักษารูปร่างใหม่นั้นไว้ได้
เริ่มสำรวจตนเองก่อน
1. ทำไมถึงอยากลดน้ำหนัก และประเมินดูความพร้อมของการตั้งใจจริงในการลดน้ำหนัก
2. สำรวจพฤติกรรมของตนเองที่มีผลต่อน้ำหนักตัว และจดบันทึกไว้เพื่อนำมาพิจารณา
3. เริ่มวางแผนการลดน้ำหนัก โดยตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้และวิธีการที่จะนำไปเป้าหมาย
หลังจากนั้นปรับปรุงพฤติกรรมการรับประทานอาหาร พฤติกรรมการใช้พลังงาน ถ้ามีปัญหาการรับประทานผูกติดกับภาวะทางจิตใจบางประการเช่น อาการเครียดอาการซึมเศร้า อาจมีความจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เป็นรายๆไป หรือใช้ยารักษา
สิ่งที่สำคัญการอดอาหารไม่ใช่คำตอบของการลดน้ำหนัก เมื่อท่านอดอาหารร่างกายจะพยายามใช้พลังงานลดลงในขณะเดียวกันก็จะพยายามกระตุ้นความอยากอาหารการอดอาหารจะทำให้ร่างกายไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อ่อนเพลียและยังมักเกิดอาการ”เบรคแตก”ตามมา หรือที่ภาษาเป็นทางการเรียกว่า overshoot หลังจากอดอาหารไปพักหนึ่งก็คือการที่ท่านจะไม่สามารถควบคุมตัวท่านเองได้ดีในการบริโภคอาหารเป็นเหตุให้บริโภคมากกว่าที่ควรเป็นร่างกายของท่านก็มีความตื่นตัวและพยายามเก็บรักษาเสบียงไว้ใช้ในยามขาดแคลนมากขึ้นก็อาจเป็นสาเหตุให้น้ำหนักตัวท่านเพิ่มขึ้นหลังการอดอาหารผ่านไปและหลายครั้งก็อาจเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมเสียอีกการเปลี่ยนแปลงอาหารมี 2 ประการใหญ่เป็นหลักคือ
ลดปริมาณไขมันที่ได้รับ และลดปริมาณพลังงานที่ได้รับจากอาหาร จำเป็นต้องทำทั้ง2 ประการนี้คู่กันไป ควรทำตารางอาหารจานโปรดโดยแบ่งตามพลังงานที่ให้ ผลไม้ส่วนมากจะให้พลังงานไม่มากอย่างไรก็ดีควรหลีกเลี่ยงผลไม้รสหวาน การทานผักสดจะช่วยให้อิ่มได้มากโดยไม่ได้พลังงานหรือคะแนนที่เสริมเข้ามาถ้าทานอาหารเกือบอิ่มแล้วค่อยเติมเต็มด้วยผลไม้จะช่วยให้ได้พลังงานน้อยกว่าการที่ได้ผลไม้เสริมหลังมื้ออาหารที่อิ่มเต็มที่แล้ว สำหรับการเลือกเครื่องดื่มนั้นควรเลือกเป็นน้ำเปล่าดีที่สุดเพราะไม่ให้พลังงาน การดื่มน้ำผลไม้จะสู้รับประทานผลไม้สดๆไม่ได้เพราะจะได้กากด้วยทำให้ไม่หิว ทุกครั้งที่ดื่มเครื่องดื่มต่างๆอย่าลืมจดบันทึกลงไปด้วย
และสื่งที่สำคัญที่สุดก็คือไม่ควรกินยาเพราะอาจเกิดอาการพิษ เนื่องจากการใช้ยาเกินขนาด อาการที่พบมีได้ตั้งแต่ ตื่นเต้น, สับสน, หัวใจเต้นเร็ว, ปวดศีรษะ ฯลฯ หากในรายที่มีอาการรุนแรง อาจจะมีอาการเจ็บหน้าอก, การไหลเวียนของเลือดล้มเหลว, ชัก, โคม่า และตายได้ ทำให้เกิดเกิดการติดยา และเกิดอาการทางจิต ควรกินอาหารที่มีพลังงานต่ำ ไฟเบอร์สูง ร่วมไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 15 – 30 นาที / วัน ประมาณ 5 วันต่อสัปดาห์